แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรคหัวใจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรคหัวใจ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2556

กินมัลเบอร์รี่ ประโยชน์เพียบ



    
      
 ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่กำลังเป็นที่นิยมนำมาบริโภคมากในกลุ่มวัยรุ่น และกลุ่มคนรักสุขภาพที่ต้องการบริโภคผลไม้ที่ให้ประโยชน์ต่อสมองและร่างกาย ถ้ากล่าวถึงผลไม้ตระกูลเบอร์รี่แล้วนั้น คงหนีไม่พ้นตระกูลเบอร์รี่จากต่างประเทศ ซึ่งมีมูลค่าการนำเข้าหลายร้อยล้านบาทต่อปี แต่หากลองหันกลับมามองผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่เป็นของไทย หลายๆ คนคงพอจะคิดออก นั่นคือ ผลหม่อน” 
หรือ มัลเบอร์รี่ซึ่งพบว่า ผลหม่อนมีกรดโฟลิกสูงกว่าบลูเบอร์รี่ถึง 1-2 เท่า ไม่แพ้ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่อื่นๆ เลย

หม่อนหรือ มัลเบอร์รี” (Mulberry) ภาคอีสานเรียกว่า มอนภาษาจีนแต้จิ๋วเรียกว่า ซิวเอียะเป็นพืชอาหารตามธรรมชาติชนิดเดียวของหนอนไหม และเป็นหัวใจสำคัญของการประกอบอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ปริมาณผลผลิตและคุณภาพรังไหมจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับคุณภาพใบหม่อน หม่อนเป็นพืชที่มีอายุนาน 80-100 ปี ถ้าไม่ได้รับความ

กระทบกระเทือน จากการเก็บเกี่ยวหรือโรค แมลงศัตรู สามารถเจริญได้ดีตั้งแต่เขตอบอุ่นถึงเขตร้อน หม่อนที่เกิดในเขตอากาศหนาว จะหยุดพักไม่เจริญเติบโต นับตั้งแต่ปลายฤดูใบไม้ร่วงจนถึงฤดูใบไม้ผลิ ผลหม่อนสามารถบประทานได้
หม่อนเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ใบเดี่ยวออกสลับ ดอกเป็นดอกช่อ ทรงกระบอก กลีบดอกสีขาวหม่น ผลเป็นช่อทรงกระบอก

ผลหม่อนหรือ ”Mulberry” การใช้ประโยชน์จากผลหม่อนนั้นหลากหลายมากมายไม่น้อยไปกว่าส่วนอื่น ๆ ของต้นหม่อนเองเลย ผลหม่อนสุกให้รสชาติหวานอมเปรี้ยว มีสรรพคุณใช้รักษาโรคไขข้อ บำรุงหัวใจ บำรุงผมให้ ดกดำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศแถบเอเชีย ชาวจีนเรียกผลหม่อนว่า sangshen ในหนังสือ modern Chinese Materia Medica ให้สมญานามผลหม่อนว่าเป็น Blood tonic นั่นย่อมแสดงถึง

ความสำคัญในด้านบำรุงเลือดตามคติความเชื่อของชาวจีนได้เป็นอย่างดี แพทย์ชาวจีนในสมัยราชวงศ์หมิง ชื่อ เลี่ยงฮียัง ได้กล่าวถึงคุณประโยชน์

ของการรับประทานผลหม่อนสุกไว้ว่า ทำให้ตับไม่มีไฟ หัวใจคลายความร้อนรุ่ม เส้นประสาทตาดี สายตาก็แจ่มใส ร่างกายก็สุขสบายส่วนด้านของแพทย์แผนจีนนั้นแนะนำให้ใช้ผลหม่อนสุกในการรักษาสมดุลของพลังหยิน ป้องกันผมหงอกก่อนวัย โดยใช้ร่วมกับสมุนไพรอื่นๆ ส่วนในทวีปยุโรป ออสเตรเลียและอเมริกาเหนือ นิยมปลูกต้นหม่อนไว้ตามสนามหญ้าหน้าบ้านหรือหลังบ้านเพียง 2-3 ต้น เพราะนอกจากจะเป็นไม้ประดับแล้ว ยังให้ผลไว้รับประทานในครอบครัวอีกด้วย

กรมหม่อนไหมจึงได้ศึกษาวิจัย ผลหม่อน หรือ มัลเบอร์รี่ ซึ่งพบว่า ผลหม่อนมีกรดโฟลิกสูงกว่าบลูเบอร์รี่ถึง 1-2 เท่า และยังมีสารกลุ่มโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีประโยชน์ช่วยให้เซลล์เม็ดเลือดแดงเจริญเต็มที่เซลล์ประสาทไขสันหลังและเซลล์สมองเจริญเป็นปกติ กระแสเลือดหมุนเวียนดี และหลอดเลือดแข็งแรง รวมถึงลดอาการแพ้ต่างๆ และช่วยยืดอายุเม็ดเลือดขาวอีกด้วย
 ผลหม่อนสามารถนำไปแปรรูปเป็นอาหารและเครื่องดื่มได้หลายชนิด เช่น น้ำหม่อนพร้อมดื่ม น้ำหม่อนสกัด น้ำหม่อนเข้มข้น แยมหม่อน และท้อปปิ้งหม่อน ซึ่งปัจจุบันมีการผลิตในเชิงพาณิชย์มากมาย แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีปัญหา

อีกทั้งหม่อนเป็นผลไม้ที่ไม่มีการใช้สารเคมีในการป้องกันกำจัดโรค แมลง จึงมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคอย่างยิ่ง ผลิตภัณฑ์มัลเบอร์รี่หรือผลหม่อนจึงเป็นผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่เป็นทางเลือกใหม่ที่มีผลดีต่อสุขภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค

นอกจากนี้จากการทำวิจัยร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พบว่า ผลหม่อนสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการทดลองกับกลุ่มอาสาสมัคร สำหรับการดำเนินงานด้าน

การส่งเสริมเกษตรกร กรมหม่อนไหมดำเนินการส่งเสริมการปลูกหม่อนแก่เกษตรกรทั้งการปลูกเพื่อจำหน่ายผลสด รวมไปถึงการแปรรูปผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้ประชาชนปลูกหม่อนเป็นผลไม้ประจำบ้าน



กระปุก น้ำหนัก 50 กรัม ราคา 80 บาท


คุณวราพร แคล้วศึก  085-9083178




อีเมล     pannfit@gmail.com 

วันพุธที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ภาวะโรคของหลอดเลือดหัวใจให้ลูกหม่อนช่วยลดความเสี่ยง

ภาวะโรคของหลอดเลือดหัวใจ




ภาวะโรคของหลอดเลือดหัวใจ ที่มีหลอดเลือดตีบแคบลง มีผลทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ ทำให้เกิดอาการที่สำคัญ คือ เจ็บหน้าอก โดยจะมีลักษณะเฉพาะ คือ มีอาการเจ็บแน่น บริเวณกึ่งกลางหน้าอก อาจเจ็บร้าวไปที่คอ หลังหรือแขนข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้าง ผู้ป่วยอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย คือ เหงื่อแตก คลื่นไส้ อ่อนเพลีย ใจสั่น และเหงื่อออก

เมื่อท่านมีอาการเจ็บหน้าอก อาจแสดงถึงภาวะดังนี้

1.กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

2.กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

3.โรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร ถุงน้ำดี แผลในกระเพาะอาหาร ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถแยกอาการเจ็บหน้าอก ออกจากอาการจุกเสียดท้อง และไม่มีอาการแสดงอื่นๆ เกี่ยวกับโรคหัวใจ

4.โรคปอดบางชนิด โรคถุงลมปอดแตก ปอดอักเสบ หลอดเลือดปอดอุดตัน

ข้อควรปฎิบัติหากท่านเจ็บแน่นหน้าอก

1.หยุดกิจกรรมที่ทำอยู่ นั่งพัก และร้องเรียกขอความช่วยเหลือ

2.หากอาการไม่ดีขึ้น รีบให้ญาตินำส่งโรงพยาบาล เพื่อตรวจรักษา

3.กรณีที่ท่านเป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว รีบอมยาใต้ลิ้น ครั้งละ 1 เม็ด จนกว่ายาจะ

ละลายหมด โดยท่านสามารถอมยาใต้ลิ้นได้ 3 ครั้ง และห่างกันประมาณ 5 นาที หรืออมยาเมื่อยาเม็ดเก่าละลายหมด หากอาการยังไม่ดีขึ้น ให้รีบมาโรงพยาบาล

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรค

1.ภาวะไขมันในเลือดสูง

2.ความดันโลหิตสูง

3.โรคเบาหวาน

4.สูบบุหรี่     
   
นอกจากนี้ยังมีสาเหตุส่งเสริม จากภาวะเครียด อายุ และ เพศ ร่วมด้วย

การรักษาเบื้องต้นที่ท่านจะได้รับ เมื่อมาโรงพยาบาลด้วยอาการเจ็บแน่นหน้าอก

1.ยาบรรเทาอาการเจ็บหน้าแน่นหน้าอก ชนิดฉีดเข้าหลอดเลือดดำ

2.ออกซิเจน
       
3.ยาขยายหลอดเลือด ชนิดอมหรือพ่นใต้ลิ้น หรือชนิดหยอดเข้าหลอดเลือดดำ เพื่อบรรเทาอาการเจ็บแน่นหน้าอก

4.ยาแอสไพริน

การป้องกัน

1.ตรวจสุขภาพเป็นประจำ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

2.ควบคุมน้ำหนักตัวให้คงที่ ไม่อ้วนหรือผอมเกินไป

3.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่หักโหมอย่างน้อยครั้งละ 30 นาที บ่อยเท่าที่สามารถทำได้

4.งดสูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์เพียงเล็กน้อย


5.เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ เน้นรับประทานผักและผลไม้ให้มาก หากไม่ขัดกับโรคประจำตัวอื่นๆ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีรสเค็ม หวานจัด และมีไขมันสูง เช่น เครื่องในสัตว์ ไขมันจากสัตว์ กะทิ อาหารผัดทอดต่างๆ 




กระปุก น้ำหนัก 50 กรัม ราคา 80 บาท


คุณวราพร แคล้วศึก  085-9083178




อีเมล     pannfit@gmail.com 

วันจันทร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2556

การเก็บรักษาลูกหม่อน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์





เมื่อลูกหม่อนเริ่มเปลี่ยนสีจากสีแดง เป็นสีแดง- ดำหรือสีดำ ก็เก็บผลได้โดยการใช้มือเก็บทีละลูกเนื่องจากผลหม่อนสุกไม่พร้อมกันหากปล่อย ทิ้งไว้จนผลเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำผลจะร่วงลงสู่พื้นดินทำให้เก็บเกี่ยวผลผลิต ได้น้อย





หลังจากเก็บผลหม่อนมาแล้วนำมาบรรจุในกล่องกระดาษโดยเรียงเป็นชั้น ๆ ไม่เกิน 2 ชั้น ทำการปิดกล่องเพื่อรอการขนส่งและจำหน่ายต่อไป หากไม่สามารถขนส่งได้ทันทีควรเก็บไว้ในห้องเย็นอุณหภูมิ 5 องศาเซลเซียส

การ เก็บรักษาเพื่อการรับประทานผลสด ควรเก็บผลหม่อนจากต้นในระยะที่มีผลสีแดงเข้มแล้วนำมาใส่ภาชนะที่โปร่งวาง จะสามารถเก็บรักษาผลหม่อนได้เป็นระยะเวลา 2 -3 วัน โดยที่คุณภาพของผลหม่อนยังคงเดิม คือมีรสชาติหวานอมเปรี้ยว





หากต้องการนำไปทำน้ำผลหม่อนที่มีสีแดงก็เลือกเก็บเกี่ยวในระยะผลแดง แต่หากต้อการให้น้ำผลไม้มีสีคล้ำก็เก็บผลในระยะสีดำ สามารถนำผลหม่อนไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้ทันที หากไม่สามารถแปรรูปได้ทันที ควรเก็บรักษาไว้โดยบรรจุในถุงพลาสติก หรือ ตะกร้าผลไม้ ในห้องเย็นที่มีอุณหภูมิ -22 องศาเซลเซียส สามารถเก็บได้นาน 6 เดือน
















-เลือกเก็บเฉพาะ ผลหม่อนสุก(สีดำ) เท่านั้น

-นำไปตากแดดให้แห้ง แล้วนำเข้าเตาอบ

-อบด้วยอุณหภูมิ 150 องศา นาน 3 ชั่วโมง(คอยดูอย่าให้ อบนานเกินไป)

จะได้ ลูกหม่อนอบแห้งที่คงคุณค่าของ สรรพคุณลูกหม่อนไว้ครบ

ปริมาณลูกหม่อนสด 20 กก. เมื่ออบแล้วจะเป็น ลูกหม่อนอบแห้ง 1 กก.
ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ ลูกหม่อนอบแห้งมีจำหน่ายใน ชื่อ ลูกหม่อนอบแห้ง


1 กระปุก น้ำหนัก 50 กรัม ราคา 80 บาท

คุณวราพร แคล้วศึก  085-9083178




อีเมล     pannfit@gmail.com 


วันเสาร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2556

มัลเบอร์รี่ (Mulberry) ผลไม้ที่ทรงคุณค่า แต่หารับประทานยาก





มัลเบอร์รี่ (Mulberry) ผลไม้ที่ทรงคุณค่า แต่หารับประทานยาก เดิมเป็นผลพลอยได้จากการปลูกหม่อ  ซึ่งนอกจากให้ผลผลิตใบสำหรับเลี้ยงไหมแล้ว ยังให้ผลหม่อนสดรสชาติดีอีกด้วย ปัจจุบันสถาบันหม่อนไหมแห่งชาติ

เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พบหม่อนผลสดพันธุ์เชียงใหม่ ให้ผลดก ได้ผลผลิตมากกว่า 1,000 กิโลกรัม/ไร่/ปี และได้นำผลหม่อนมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ อาทิ กรดโฟลิก (Folic acid) ซึ่งพบว่า ทารกที่เกิดจากมารดาที่ขาดกรดโฟลิก มีความเสี่ยงที่จะพิการทางสมองและประสาทไขสันหลัง นอกจากนั้นยัง

พบสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น แอนโธไชยานิน เควอซิติน ที่มีส่วนลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง ตำรับยาโบราณมีการใช้ผลหม่อนต้มบริโภคทั้งเนื้อและน้ำแก้โรคไขข้ออักเสบ ท้องผูก โลหิตจาง และขับเสมหะ

ผลมัลเบอร์รี่ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ลูกหม่อน เมื่อนำมาทำเครื่องดื่มและอาหารแล้วรสชาติสีสันและคุณค่าทางอาหาร ไม่ด้อยไปกว่าผลบลูเบอร์รี่




ผลราสเบอร์รี่ และแบล็คเบอร์รี่ ผลไม้นำเข้าจากต่างประเทศที่มีราคาสูงมาก ดังนั้น อาหารที่ใช้ผลไม้ดังกล่าวเป็นส่วนผสมจึงสามารถใช้ผลหม่อนทดแทนได้ทั้งหมด เช่น เค้ก โดนัท พาย ไอศครีม ฯลฯ

ผลหม่อนห่าม จะมีสีแดง ให้รสเปรี้ยว


ผลหม่อนสุก จะมีสีม่วงดำ ให้รสหวานจัด


คุณวราพร แคล้วศึก  085-9083178




อีเมล     pannfit@gmail.com 

วันอังคารที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2556

“มัลเบอร์รี่” ผลไม้มากประโยชน์เทรนใหม่เพื่อสุขภาพ


มัลเบอร์รี่ เรียกอีกอย่างหนึ่งได้ว่า ลูกหม่อน เพื่อนๆเริ่มจะคุ้นๆขึ้นกันหรือยังคะ หม่อนที่เราเคยเรียนกันว่าปลูกหม่อนเลี้ยงไหมนั่นแหละค่ะ มัลเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ เช่น กรดโฟลิก ซึ่งพบว่าทารกที่เกิดจากมารดาที่ขาดกรดโฟลิก มีความเสี่ยงที่จะพิการทางสมองและประสาท ไขสันหลัง นอกจากนั้นยังพบสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น แอนโธไชยานิน เควอซิติน ที่มีส่วนลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง ตำรับยาโบราณมีการใช้ผลหม่อนต้มบริโภคทั้งเนื้อและน้ำแก้โรคไขข้ออักเสบ ท้องผูก โลหิตจาง และขับเสมหะ ด้วยความที่เจ้ามัลเบอร์รี่มีสารต้านอนุมูลอิสระหลากหลายจึงมีส่วนช่วยในการ เพิ่มการทำงาน และลดการอักเสบของหลอดเลือด อันเป็นสาเหตุของโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งโรคทางระบบประสาทและสมอง

วิธีการทาน สามารถทานได้ทั้งผลสด เเละ เเปรรูปเป็นเครื่องดื่มเเละเเยมได้ เพราะผลที่ยังไม่สุดจัดจะมีสีเเดง มีรสเปรี้ยว เเต่เมื่อสุกจัดจะมีสีม่วงออกไปทางดำจะมีรสหวานชุ่มคอดีค่ะ ให้พลังงานต่ำ เพียง 43 kcal ต่อ 100 กรัมเเถมได้ประโยชน์มากมายอีกด้วย




มีผลงานวิจัยหลายสถาบันในประเทศไทย มหาวิทยยาลัยทางการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิตและงานวิจัยหลายประเทศ ดังนี้

มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ชื่อ Anthyocyanin ซึ่งเป็นสารสีม่วงแดง ช่วยป้องกันโรคหัวใจ และป้องกันโรคมะเร็ง
มีวิตามินบี 6 ช่วยบำรุงเลือด ตับ ไต ลดการเกิดสิว ลดอาการปวดประจำเดือน
ป้องกันและยับยั้งการเกิดลิ่มเลือด ป้องกันเส้นเลือดแตก สาเหตุของโรคอัมพฤก อัมพาต

มีวิตามินซี สูง ช่วยป้องกันหวัด โรคภูมิแพ้ โรคปอด วัณโรค ป้องกันเชื้อไวรัส
มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันการเกิดต้อกระจก (ป้องกันแสงสีน้ำเงินเข้าทำลายเลนส์ตา) บำรุงเหงือกและฟัน สร้างภูมิให้ระบบหายใจ บำรุงผิว ลดการอักเสบของสิว

มีกรดโฟลิค หรือวิตามินใบไม้ หรือวิตามินเอ็ม ป้องกันโรคโลหิตจาง ป้องกันทารกพิการ ช่วยการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ หญิงแรกตั้งครรภ์เดือนแรกต้องการกรดโฟลิค

ช่วยแก้อาการเมาค้าง ผ่อนคลายความเครียด

ช่วยบำรุงเส้นผมให้ดกดำ ป้องกันผมหงอกก่อนวัย


สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่


คุณวราพร แคล้วศึก  085-9083178



อีเมล     pannfit@gmail.com